ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาใกล้พื้นที่โครงการฯ
แผนที่ท้องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา

วัดช้างเผือก
วัดช้างเผือก ตั้งอยู่เลขที่ ๒๒๖ บ้านวัดช้างเผือก หมู่ที่ ๓ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน อาณาเขต ทิศเหนือ-ประมาณ ๒ เส้น จดถนนริมแม่น้ำโขง ทิศใต้ประมาณ ๒ เส้น ๒ งาน จดที่ดินนายถ้ำ เทวงษา ทิศตะวันออกประมาณ ๒ เส้น ๒ งาน จดถนนซอย ๑๔ ทิศตะวันตกประมาณ ๑ เส้น จดถนน ชอย ๑๓ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถเดิมสร้างสมัยพระไชยเชษฎาธิราช บูรณะใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ ศาลาการเปรียญทรงไทยชั้นเดียวสร้าง พ.ศ. ๒๕๓๐ กฏิสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ สมัยอู่ทองหน้าตัก กว้าง ๒๖ นิ้ว พระพุทธรูปบูชาเนื้อสัมฤทธิ์จำปา หน้าตักกว้าง ๑๒ นิ้ว พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เนื้อขันลงหิน หน้าตักกว้าง ๑๒ นิ้ว พระบูชาสัมฤทธิ์ ศิลปลาวหน้าตักกว้าง ๙ นิ้ว พระธาตุพระอรหันต์สาวก ๕๐ องค์ และเจดีย์ช้างเผือก บูรณะสร้างครอบองค์เก่าเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ กว้าง เมตร สูง ๑๘ เมตร
วัดข้างเผือก สร้างเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๐๖ เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่สร้างขึ้นเมื่อพระไชยเชษฐาธิราชอพยพผู้คนชาวเชียงใหม่ มาตั้งนครศรีเชียงใหมในการอพยพ ได้นำช้างเผือกคู่บารมีมาด้วย ต่อมาช้างเผือกป้วยเป็นโรคท่าแล้วตายลง จำต้องทำการเผาแล้วก่อเป็นเจดีย์เรียกเจดีย์ช้างเผือกและสร้างเป็นวัดชื่อวัดช้างเผือก ได้รับพระราชทานวิสงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๑๐ เขตวิสุงคามสีมากว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ เจ้าอธิการหมื่น พ.ศ. ๒๔๓๕-๒๔๕๐ รูปที่ ๒ พระครูวัชรคณาภรณ์ (เพชร โมสโก) พ.ศ.๒๔๕๑-๒๕๐๒ รูปที่ ๓ พระอธิการสว่าง ปญญาวโร พ.ศ. ๒๕๐๓-๒๕๑๗ รูปที่ ๔ เจ้าอธิการคำภา ถาวโร พ.ศ.ศ. ๒๕๐๘-๒๕๑๓ รูปที่ ๕ พระครูศรีนพบุรารักษ์ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๔๙๘ และศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๕-๒๕๒๑


วัดธาตุดำ
วัดธาตุดำ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๓ บ้านศรีเชียงใหม่ ถนนมิ่งเมือง หมู่ที่ ๑ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๓ งาน ๑๙ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๕ เส้น ๓ วา จดถนนมิ่งเมือง ทิศใต้ จด ต.ช.ด. ทิศตตะวันออกประมาณ ๕ เส้น ๓ วา จดที่ของนายสม เตชะ ทิศตะวันตกประมาณ ๕ เส้น ๓ วา จดชอย ต.ช.ด. มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๒ ไร่ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารไม้ สร้าง พ.ศ. ๒๔๘๒ กฏิสงฆ์ จำนวน ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ ศาลาอเนกประสงค์ สร้าง พ.ศ. ๒๕๓๓ ปูชนียวัตถุมีเจดีย์แปดเหลี่ยมแปดชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๑๐๔ บูรณะ พ.ศ. ๒๓๐๑ และพระพุทธรูปพระประธาน
วัดธาตุดำ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐ เป็นวัดที่สร้างในสมัยเจ้าคริบุญสาน เจ้าครองนครศรีสัตตนาค (เวียงจันทน์) อาณาจักรล้านช้าง ต่อมามีการบูรณะประมาณ พ.ศ. ๒๓๐๑ โดยเจ้ากรมพระยามหาศักดิ์พลเสน ซึ่งยกทัพมาปราบเวียงจันทน์และตั้งค่ายหลวงอยู่หลังวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๔๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระจอมเพ็ชร พ.ศ. ๒๔๗๙-๖๔๘๖ รูปที่ ๒ พระปั่น พ.ศ. ๒๔๘๒-๒๕๐๐ รูปที่ ๓ พระคำภา ถาวโร พ.ศ. ๒๕๐-๖๕๑๐ รูปที่ ๔ พระสอน จิติณาโณ พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๖ รูปที่ ๕ ๕ พระชม ญาณสมุปนโน พ.ศ. ๒๕๑๖-๒๕๑๔ รูปที่ ๖ ๖ เจ้าอธิการสุพจน์ อธิปญโญ พ.ศ. ๒๕๑-๒๕๒๖๒ รูปที่ ๗ พระครูโพธาพิทักษ์ (สุพจน์) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้นมา


วัดนางเขียวค้อม
วัดนางเขียวค้อม ตั้งอยู่ที่บ้านหัวทราย ถนสายท่าบ่อ-ศรีเชียงใหม่ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ b ไร่ ๒ งาน ๑๐๑ ตารางวา โฉนด เลขที่ ๑๕๖๗ อาณาเขต ทิศเหนือ จดถนนสาธารณะ ชอย ๑๔ ทิศใต้ จดโรงเรียนประชาบาลบ้านห้วยทราย ทิศตะวันออก จดแม่น้ำโขง ทิศตะวันตก จดถถนนสาธาธารณะ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์ จำนวน ๒ หลัง เป็นอาคารไม้และครึ่งตึกครึ่งไม้ ปูชนียวัตถุมีเจดีย์นางเขียวค้อม
วัดนางเขียวค้อม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐๓ โดยมีพระนางเขียวค้อม เป็นผู้ดำริให้สร้างวัดขึ้นสมัยพระเจ้าเชษฐาปกครองนครเวียงจันทน์ ซึ่งปรากฏในหนังสือพงศาวดาประเทศสาธารณะ- รัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรื่องท้าวศรีโคตรพระตะบองกล่าวถึงเรื่องของพระนางเขียวค้อม พระราชธิดาของเจ้าผู้ครองนครเวียงจันทน์สมัยนั้น การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระหมื่น รูปที่ ๒ พระคำสิงห์ รูปที่ ๓ พระคำแดง รูปที่ ๔ พระพยุง รูปที่ ๕ พระเข็มพร รูปที่ ๖ พระถนอม รูปที่ ๗ พระใส รูปที่ ๘ พระครูสถิตย์วรวรรณ นอกจากนี้มีมีที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน


วัดพระพุทธบาท
วัดพระพุทธบาท ตั้งอยู่ที่บ้านพระบาท ถนนศรีเชียงใหม่-สังคม, หมู่ที่ ๑ ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๗๙ ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๑๕๐ เส้น จดแม่น้ำโขง ทิศใต้ประมาณ ๑๐๐ เส้น จดถ้ากน้อย ทิศตะวันออก ประมาณ ๘๐ เส้น จดบ้านพระบาท ทิศตะวันตกประมาณ ๘๐ เส้น จดบ้านสะพานพทธ อาคาร- เสนาสนะประกอบด้วยศาลาการเปรียญ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กฏิสงฆ์ จำนวน ๑๐ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น และอาคารไม้เนื้อแข็ง ปูชนียวัตถุมีรอยพระพุทธบาทโบราณ พระพุทธรูปปางลีลา พระพุทธรูปปางสมาธิ ๒ องค์หน้าตักกว้าง ๔๐ นิ้ว และพระพุทธรูปปางไสยาส ขนาดยาว ๑๔ เมตร
วัดพระพุทธบาท สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๒๕ โดยมีนายอุ่น เป็นผู้พบรอยพระพุทธบาทและซักชวน ชาวบ้านสร้างเพิงครอบรอบพระพุทธบาท ต่อมามีพระภิกษุ และแม่ชีจันทร์เดินทางมาจากเวียงจันทร์ เพื่อมานมัสการรอยพระพุทธบาท เมื่อมาถึงได้ชักชวนชาวบ้านสร้างเสนาสนะเพิ่มเติม ตั้งขึ้น เป็นวัดชื่อว่าวัดพระพุทธบาท (เวินกุม) ชาวบ้านเรียกว่าวัดพระบาทคอแก้ง หรือพระพุทธบาทโคกชวก การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระอธิการสีทัด พ.ศ. ๔๙๐-๒๕๐๕ รูปที่ ๒ พระครูสถิตย์คณารักษ์ พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๑๖ รูปที่ ๓ พระอธิการสมบูรณ์ อคุคธมโม พ.ศ. ๒๕๑๖-๖๕๖๖ รูปที่ ๔ พระสมดี สนุตมโน พ.ศ. ๒๕๒๒-๒๕๒๕ รูปที่ ๕ พระปิยะพงษ์ อารุณโณ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๒๕

วัดหาดปทุม
วัดหาดปทุม ตั้งอยู่เลขที่ ๓๐๗ บ้านศรีเชียงใหม่ ถนนริมโขง ชอย ๒๒ หมู่ที่ ๑ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๑๓.๘ ตารางวา โฉนด เลขที่ ๑๑๔๖ อามาเขต ทิศเหนือประมาณ ๑ เส้น ๑๔ วา ๒ ศอก จดถนน-สาธาธารณะ ทิศใต้ประมาณ ๑ เส้น ๑๒ วา จดถนนประชาอุทิศ ทิศตะวันออกประมาณ ๒ เส้น ๑ วา ๓ ศอก จดถนนสาธารณะ ทิศตะวันตกประมาณ ๑ เส้น ๙ วา ๓ ศอก จดถนนสาธารณะ อาคาร- เสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๕ เมตร บูรณะเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นอาคารทรงไทยคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๙ กฏิสงฆ์จำนวน ๓ หลัง เป็น อาคารไม้ ครึ่งตึกครึ่งไม้ และตึก วิหารสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๕ ปูชนียวัตถุมี พระพุทธรูปสร้าง ด้วยอิฐประทายปูนขาวสมัยอยุธยา ชื่อว่าหลวงพ่อศรีปทุม หน้าตักกว้าง ๒๕ เมตร สูง ๓ เมตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ พระไสยาสน์สมัยอยุธยา ยาว ๕๐ เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปดินเผา และพระพุทธนภาศัพท์ พระพุทธรูปทองเหลือง
วัดหาดปทุม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๑๐๖ เดิมชื่อว่าวัดหาดประชุม เพราะชาวบ้านสร้างวัดขึ้นบน- หาดทรายที่เป็นประชุมของกษัตริย์เจ้านครเวียงจันทน์ ข้าราชการคหบดีผู้สูงศักดิ์ เกี่ยวกับการพัฒนา สร้างบ้านสร้างเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ชาวบ้านจึงเรียกว่าหาดประชุม เมื่อสร้างวัดก็เรียกว่าวัดหาดประชุม ต่อมาเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดหาดปทุม ได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๕ เขตวิสงคามสีมา กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระคล้าย สุมงคโล พ.ศ. ๒๔๘๙๙๖๙๕ รูปที่ ๒ พระนวน สุวณโณ พ.ศ. ๒๔๙๕-๒๕๐๐ รูปที่ ๓ พระสำเนียง ปญญาคโม พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๐๔ รูปที่ ๔ พระอธิการจวน ปุญญกาโม พ.ศ. ๒๕๐๔-๖๕๑๐ รูปที่ ๕ พระพุทธา เตชปุญโญ พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๒ รูปที่ ๖ พระมหาผัน ปญญาที่โป พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๑๓ รูปที่ ๗ พระครูปทุมธรรมสถิต ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นต้นมาการศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๐๐ นอกจากนี้ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน


วัดหินหมากเป้ง
วัดหินหมากเป้ง ตั้งอยู่ที่บ้านไทยเจริญ หมู่ที่ ๔ ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๖๖ ไร่ ๒ งาน ๙๒ ตารางวา มี ที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๑๐ ไร่ อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๖๑ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กทรงไทยสองขั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๙ ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ เรื่องราว เกี่ยวกับวัดหินหมากเป้ง ภาพพระธาตพมและเรื่องราวประเพณีท้องถิ่นภาคอีสาน กฏิสงฆ์จำนวน ๕๖ หลัง เป็นอาคารไม้ ๕๐ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔ หลัง และตึก ๒ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศลสร้างด้วย คอนกรีต ฌาปนสถานสร้างด้วยคอนกร็ต ศาลาแม่ชี โรงครัว อาคารพักชี และบ้านพักญาติโยม หอระฆัง หอกลอง และอาคารพักรับรองพระเถระ ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปปู่นปั้นปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๔ เมตร สูง ๕ เมตร พระพทธรูปโลหะปิดทอง หน้าตักกว้าง ๔๙นิ้ว สร้าง พ.พ.ศ. ๒๕๓๓ ประดิษฐานในวิหารพระพุทธรูป พระพุทธไพโรจน์วารี พระพุทธรูปโลหะปิดทอง หน้าตักกว้าง ๓๔ นิ้ว ประดิษฐานในมณฑป อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๓ ชั้น ศิลปกรรมแห่งลุ่มแม่น้ำโขงสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๔ และรูปปั้นขี้ผึ้ง "พระราชนิโรธรังสี" (หลวงปูเทสก์ เทสรังสี) ประดิษฐานในหอพระทรงไทยคอนกรีต เสริมเหล็กสองชั้นสร้าง พ.ศ. ๒๕๒๗
วัดหินหมากเป็งตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๔๔๒ โดยมีพระอารย์หล้า ได้ธุดงค์ มาจำพรรษาและ สร้างวัดขึ้นในป้าทึบที่ชาวบ้านเรียกว่าหินหมากเป้ง ซึ่งเป็นชื่อหินสามก้อนที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ริม-แม่น้ำโขง มีลักษณะคล้ายลูกตุ้มเครื่องชั่งทองคำสมัยเก่า วัดนี้เดิมมีเพียงกฏิสงฆ์ขนาดเล็กที่อยู่ของ พระธุดงค์ต่อมา พ.ศ. ๒๕๐๘ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี มาจำพรรษา และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้สร้าง เสนาสนะเพิ่มเพิ่มเติมและพัฒนาวัดให้เจริญจนถึงปัจจุบัน และวัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เขตวิสงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและ การปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระหล้า รูปที่ ๒ พระเส็ง รูปที่ ๓ พระคำจันทร์ รูปที่ ๔ พระอุทัย รูปที่ ๕ ๕ พระคำพัน รูปที่ ๖ พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฏ์ (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๘ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริย์ติธรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๐๘ นอกจากนี้มีหอสมุดวัดหินหมากเป้ง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หลังคา ทรงไทยสามมุข หน้าบันลวดลายปูนปั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๘

วัดอรัญญูบรรพต
วัดอรัญญบรรพต ตั้งอยู่เลขที่ ๒๐๗/๑ บ้านหม้อ หมู่ที่ ๘ ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๙๙ ไร่ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๒๕๐ วา จดแม่น้ำโขงและถนนหลวง ทิศใต้ประมาณ ๔๕๐ วา จดที่ดินพระราชทาน ทิศตะวันออก-ประมาณ ๒๒๕ วา จดที่นายสมสนิทธานี ทิศตะวันตกประมาณ ๒๕๐ วา จดที่ดินของนางน้อย ใจดี อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๓ ศาลาการเปรียญ เป็นอาคาร ๒ ชั้น สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๘ กฏิสงฆ์จำนวน ๔๖ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔๔ หลัง และตึก ๒ หลัง ศาลาบำเพ็ญกุศลเป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ กฏิแม่ชี ฌาปณสถาน และหอระฆัง ๓ หลัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปขนาดหน้าตักกว้าง ๖๐ นิ้ว จำนวน ๒ องค์ และหน้าตักกว้าง ๕๐ นิ้ว จำนวน ๑ องค์
วัดอรัญญบรรพต สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ โดยชาวบ้านช่วยกันสร้างวัดขึ้นเพื่อให้เป็นที่- จำพรรษาของพระธุดงค์ที่มาพักเจริญสมถะและวิปัสสนา เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดป้าผาชัน เพราะสถานที่ตั้งวัดเป็นแนวหินริมแม่น้ำโขงซึ่งเรียกว่าผาชัน ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นวัดอรัญญบรรพตได้รับพระราชทานวิสูงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑๒มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระกู่ พ.ศ. ๒๔๗๙-๒๔๘๐ รูปที่ ๒ พระครูญาณปรีชา (เหรียญ วรลาโภ) ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๒ เป็นต้นมา การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรรม แผนกธรรม เปิดสอน พ.ศ. ๒๕๐๕ นอกจากนี้มี หอสมุด ๒ หลัง


วัดศรีเชียงใหม่
วัดศรีเชียงใหม่ ตั้งอยู่ที่บ้านศรีเชียงใหม่ ถนนมิ่งเมือง หมู่ที่ ๑๔ ตำบลพานพร้าว อำเภอ-ศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๑ ไร่ ๗๓ ตารางวา
น.ส. ๓ เลขที่ ๒๑๗ อาณาเขต ทิศเหนือประมาณ ๒ เส้น ๘ วา จดทางสาธารณะ ทิศใต้ประมาณ ๒ เส้น ๘ วา ๑.๒๕ ศอก จดที่ของนายเพชร ผาหมั้น และนางไข่ ปานพิมพ์ ทิศตะวันออกประมาณ ๖ เส้น จดที่ของนายเพชรผาหมั่นและนายมิ่ง ชมภูจันทร์ ทิศตะวันตกประมาณ ๓ เส้น ๑๙ ๙ วา ๑๓๕ ศอก จดที่ของนางตุ่น ขุนดี มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๒ ไร่ ๒๐๐ ตารางวา อาคารเสนาสนะประกอบด้วยอุโบสถ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้าง พ.ศ. ๒๕๕๒๖ ศาลาการเปรียญ สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๕ กฏิสงฆ์ จำนวน ๔ หลัง เป็นอาคาร-ครึ่งตึกครึ่งไม้และตึก ๗ หลัง ศาลาอเนกประสงค์ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สร้าง พ.ศ. ๒๕๐๕ ศาลาบำเพ็ญกุศลสร้างด้วยคอนกรีต ๑ หลัง ปูชนียวัตถุมีพระพุทธรูปทอง ปางมารวิชัย หน้าตัก กว้าง ๔๐ นิ้ว ปางสมาธิ หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว และ ๖๐ นิ้ว พร้อมพระโมคคัลลานะและพระสารีบตร พระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง ๔๐ นิ้ว ๔ องค์ พระพุทธชินราชจำลอง หน้าตัก- กว้าง ๓๐ นิ้ว พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๓๐ นิ้ว ๕ องค์ พระพุทธรูปปางสมาธิ หน้าตัก- กว้าง ๕ นิ้ว ๑๒ นิ้ว พระพุทธรูปปางนาคปรก ปางลีลา พระชัยหลังช้าง พระแก้ว และพระพุทธรูป- ก่ออิฐถือปูน ๑๘ องค์ หน้าตักกว้าง ๓๐-๔๐ นิ้ว
วัดศรีเชียงใหม่ ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑ กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งวัดเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๖ โดยมีนายต้น ชมภูจันทร์ เป็นผู้ขออนุญาตสร้างและตั้งวัด เดิมตั้งชื่อว่าวัดรังษีมุกดาหาร เพราะนายตัน ชมภูจันทร์ เป็นผู้ถวายที่ดินให้สร้างวัดและผู้ขออนุญาตได้นำชื่อบุตรชายชื่อมุกและษีมาตั้งชื่อวัด แต่ทางราชการตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้านว่าวัดศรีเชียงใหม่ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ ๑สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ เขตวิสงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ ๑ พระศรีจันทร์ สุนทโร รูปที่ ๒ พระครูวัชรคณาภรณ์ โมสโก รูปที่ ๓ พระครศรีนนบุรารักษ์ รูปที่ ๔ พระบุเกสาโว รูปที่ ๕ พระอธิการเย็น ชติปัญโญ การศึกษามีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลี นอกจากนี้มีหน่วย อ.ป.ต. และห้องสมุด


วัดพระสถิตย์
วัดพระสถิตย์ ตั้งอยู่ที่บ้านคุ้มสะพานทอง หมู่ที่ ๕ ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเขียงใหม่ จังหวัดหนองคาย สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๕ ไร่ วัดพระสถิตย์ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดป้าพระสถิตย์ ได้รับพระ- ราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๒ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร

