พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ 9 ส

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ๙ ส

อานิสงส์ไหว้พระ ๙ ส
๑.  พระใส        “ปกป้องคุ้มครอง  มีชีวิตเจริญรุ่งเรือง”
๒.  พระเสาร์        “มีอายุมั่นขวัญยืน  พรั่งพร้อมโภคทรัพย์”
๓.  พระสุก        “ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ  ลาภยศมากมี”
๔.  พระสวย        “มีโชคลาภ  ทำมาค้าขายดี”
๕.  พระแสง        “มีเกียรติยศชื่อเสียง  ชีวิตมั่นคง”
๖.  พระเสี่ยง        “มีสติปัญญาเฉียบแหลม  มียศถาบรรดาศักดิ์”
๗.  พระทองแสน    “ประสบชัยชนะ  แคล้วคลาดปลอดภัย”
๘.  พระสีบุญเฮือง    “มีคนรักคนเมตตา  อายุยืนยาว”
๙.  พระแสนห้า    “ปกป้องรักษา  สมปรารถนาทุกอย่าง”

 

               

๑.หลวงพ่อพระใส  
ดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อ.เมืองหนองคาย
คำนมัสการ
อะระหัง  พุทโธ  โพธิชโย  เสยยะคุโณ  โพธิสัตโต  มหาลาโภ  ปิยัง  มะมะ  ภะวันตุ โน โหตุ สัพพะทา
ประวัติ
หลวงพ่อพระใส  เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก มีพระพุทธลักษณะงดงาม  ขนาดหน้าตักกว้าง ๘๑ เซนติเมตร (๓๒.๔๐ นิ้ว) ส่วนสูงจากฐานล่างถึงยอดพระเกศ ๒.๒๕ เมตร (๙๐ นิ้ว) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (พ.ศ.๒๐๙๓ – ๒๑๑๕) ซึ่งมีประวัติเล่าสืบต่อกันมาว่าสร้างโดยพระราชธิดาของกษัตริย์ล้านช้าง ๓ พระองค์ โดยตั้งชื่อตามพระนามผู้สร้างว่า พระสุก พระเสริม และพระใส
     ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระบัญชาให้ สมเด็จกรมพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์  อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งสามมาจากอาณาจักรล้านช้างสู่สยามประเทศ  และหลวงพ่อพระสุกได้จมลงแม่น้ำโขงบริเวณเวินสุก อำเภอโพนพิสัย  พระเสริมได้อัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดปทุมวนาราม กรุงเทพฯ ส่วนพระใสได้ประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ตราบจนถึงปัจจุบัน
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “ปกป้องคุ้มครอง  มีชีวิตเจริญรุ่งเรือง”
 

 

๒. หลวงพ่อพระเสาร์ 
วัดประดิษฐ์ธรรมคุณ (วัดหอก่อง) อำเภอเมืองหนองคาย
คำนมัสการ
อิมัง  พุทธะรูปัง  ปูเชมิ, ตัสสานุภาเวนะ ทีฆายุตา
มัยหัง  โหตุ  สะตะวัสสะชีเวนะ  สะมังคิโก  โหตุ  สัพพะทา
ประวัติ
     หลวงพ่อพระเสาร์  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ลักษณะพิเศษของหลวงพ่อพระเสาร์ คือ เล็บและริมพระโอษฐ์เป็นทองนาค หน้าตักกว้าง ๖๕ ซม. สูง ๑๕๑ ซม. ฐานองค์กว้าง ๖๓ ซม. สูง ๑๐๒ ซม. ฐานรองรับเป็นทองนาค กว้าง ๑๐๕ ซม. สูง ๕๗ ซม. มีอักษรธรรมจารึกที่ฐานรองรับ
     ประวัติการสร้างโดยพญาสุนน เจ้านครศรีเชียงรุ้ง  เป็นผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา หวังอานิสงส์ในการสร้างพระประธาน จะเป็นเครื่องหนุนนำให้ตนสำเร็จมรรคผล นิพพาน พญาสุนน พร้อมด้วยราชเทวี และราชบริพารทั้งมวล ได้ร่วมกันสร้างพระประธานขึ้นที่ตั้งชื่อว่าพระเสาร์ เมื่อวันที่ ๑ เดือน ๓ แรม ๘ ค่ำ ปีมะโรง เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ น. ฤกษ์ ๑๖ พุทธศักราช ๒๑๑๑
     ตามตำนานเล่ากันว่า หลวงพ่อพระเสาร์ ได้ประดิษฐานอยู่วัดหอก่อง (ปัจจุบันชื่อวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) พร้อมกับหลวงพ่อพระใส ซึ่งขบวนอัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้างมาขึ้นที่ท่าน้ำวัดหอก่อง ในปีพุทธศักราช ๒๓๖๙ ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “มีอายุมั่นขวัญยืน  พรั่งพร้อมโภคทรัพย์”
 

 
๓.หลวงพ่อพระสุก
วัดศรีคุณเมือง  อำเภอเมืองหนองคาย
คำนมัสการ
อิมินา  สักกาเรนะ  สุกัง  นามะ  พุทธะรูปัง อภิปูชะยามิ ตะมะหัง สุกะ
พุทธะรูปัง  สิระสา  นะมามิ ตัสสานุภาเวนะ มหาลาโภ  โหมิ  สุขิโต  โหมิ  อะโรโค โหมิ
สัพพะสัมปัตติ  สัทธิโย  โหนตุ  จะ มะมะ สัพพะทา
ประวัติ
หลวงพ่อพระสุก  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ชนิดสำริด  ศิลปะล้านช้าง พุทธศตวรรษที่ ๒๔ หน้าตักกว้าง ๙๑ ซม. ฐานกว้าง ๙๔.๕ ซม. ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีคุณเมือง สำรวจโดยกรมศิลปากรที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๔ ในราชกิจจานุเบกษา
     ประวัติการสร้างหลวงพ่อพระสุก วัดศรีคุณเมือง จังหวัดหนองคาย เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๐ ผู้สร้างคือ หลวงปู่ สีทัตถ์ สุวรรณมาโจ  ที่เป็นผู้สร้างพระพุทธบาทโพนสันและพระธาตุอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม สร้างพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี และสร้างพระบาทโพนสัน (ฉัน) โดยได้ดำเนินการสร้างอยู่ที่วัดศรีคุณเมือง  ซึ่งมีผู้อุปถัมภ์ในการสร้าง คือ ท่านขุนพิพัฒน์ โภคา เพื่อแทนองค์พระสุก ที่ตกอยู่ในแม่น้ำโขงบ้านหนองกุ้ง  หนองแก้วบริเวณปากน้ำงึม (เวินสุก) เมื่อการสร้างเสร็จก็ได้ตั้งชื่อว่า พระสุก หรือคนทั่วไปเรียกว่าหลวงพ่อพระสุก ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และได้ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถวัดศรีคุณเมือง จังหวัดหนองคาย
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ  ลาภยศมากมี”

 

๔.หลวงพ่อพระสวย
วัดยอดแก้ว  อำเภอเมืองหนองคาย
คำนมัสการ
อิติปิ  โส ภควา สมฺสาสมฺพุทฺโธ  โสภโณ  มหาลาโภ  อภิปูชโก
เอเตน  อานุภาเวน  อติสุโข  โหตุ  โน  จ  สพฺพทา
ประวัติ
พุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่วัดยอดแก้วมาช้านาน  พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  ขนาดหน้าตัก ๒๗ นิ้ว   สูง  ๑๐๙  เซนติเมตร เป็นศิลปะล้านช้างริมฝีปากยิ้ม ซึ่งมีลักษณะสวยงามมาก  ตามอักษรจารึกข้างเคียงว่า   ได้อัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้าง โดยราชครูเจ้าฟ้ามหาวัน  ซึ่งมีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นผู้สร้างขึ้น  และด้วยเหตุที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามกอปรกับเรื่องเล่าเชิงมุขปาฐะว่าได้มีปรากฏชายคนหนึ่งได้นุ่งขาวห่มขาวเดินทางมาจากหนองหาน แล้วมาถามปรึกษาโรคที่เกิดกับเขาโดยระบุว่าถ้าได้รับยาจากวัดยอดแก้วจะหายจากโรคที่เขาเป็นอยู่ จากนั้นก็มองถามหาพระสวยและงามที่อยู่ในวัดนี้เพื่ออยากจะกราบไหว้  หลักจากนั้นคนที่นุ่งขาวห่มขาวก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลย
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “มีโชคลาภ  ทำมาค้าขายดี”

 

๕.หลวงพ่อพระแสง
วัดศรีษะเกษ  อำเภอเมืองหนองคาย
คำนมัสการ
อิมัง  พุทธะรูปัง  ปูเชมิ  อะโรโค  โหตุ  นิททุกโข  อัปปาตังโก
วิสาระโท  มะหายะโส  มหาเตโช  สัพพัตถะ  ปูชิโต  สะทา
ประวัติ
เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัย  หล่อด้วยเงินและทองคำหนักแสนหนึ่ง ขนาดหน้าตัก ๘๒ ซม. สูง ๑๒๐ ซม. เป็นพระประธานที่ประดิษฐานในอุโบสถวัดศรีษะเกษ ซึ่งเป็นวัดที่เจ้าเมืองหนองคายพระยาปทุมเทวาภิบาล สร้างขึ้น 
     ในบันทึกพื้นสังกาสแผนที่เมืองหนองคาย  ซึ่งแปลความจากอักษรธรรมอีสานในสังกาสที่ ๑๒๓๑ ได้กล่าวว่า   ปีมะโรงเดือน ๔ ขึ้น ๘ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๓๐ ซึ่งตรงกับวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์  พ.ศ.๒๔๑๑ พระยาปทุมเทวาภิบาล  เจ้าเมืองหนองคายมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก จึงรวบรวมมาตาภริยาบุตรทั้งปวงสร้างวัดนาค (วัดศรีษะเกษปัจจุบัน) ขึ้น ครั้นต่อมา (สังกาสที่ ๑๒๓๔) พระยาปทุมเทวาภิบาลเจ้าเมืองหนองคาย เกิดความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจึงมีศรัทธาสร้างพระพุทธรูปทองหล่อขึ้น ๑ องค์ ด้วยเงินและทองคำหนักแสนหนึ่ง    งามบริสุทธิ์ เรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า หลวงพระองค์แสน  ต่อมาออกเสียงเพี้ยนเป็นหลวงพ่อพระแสง แล้วยกเข้าไปสถาปนาไว้ในพุทธสีมาวัดศรีษะเกษสืบมา
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “มีเกียรติยศชื่อเสียง  ชีวิตมั่นคง”

 

๖.หลวงพ่อพระเสี่ยง
วัดมณีโคตร  อำเภอโพนพิสัย
คำนมัสการ
อะระหัง  พุทโธ  มะหาปัญโญ  มะหาลาโภ  พุทธัง  ธัมมัง  สัมพุทโธ  ภะคะวาติ
ประวัติ
หลวงพ่อพระเสี่ยง  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์  ขนาดหน้าตัก ๘ นิ้ว สูง ๒๔ นิ้ว    หนักประมาณ ๑๐๐ กิโลกรัม  ตามประวัติความเป็นมา หลวงพ่อพระเสี่ยง เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่กษัตริย์ล้านช้างสร้างขึ้นให้เป็นพระเสี่ยงทายประจำเมือง และใช้เป็นพระเสี่ยงทายในโอกาสเสด็จขึ้นครองราชย์ หรือมีเหตุการณ์สำคัญในโอกาสต่าง ๆ 
กาลต่อมาเมื่อมีเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้น และเพื่อความปลอดภัย จึงได้อัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้างในคราวเดียวกันกับการอัญเชิญหลวงพ่อพระสุก  พระเสริม  พระใส  และประดิษฐานไว้ที่วัดมณีโคตร อำเภอโพนพิสัย   เพื่ออัญเชิญเข้าสู่เมืองหลวงของสยามประเทศ โดยอัญเชิญพระเสี่ยงขึ้นบนหลังช้าง ซึ่งพระเสี่ยงได้แสดงอภินิหาร  ให้ช้างหนักจนไม่สามารถเดินทางไปได้  แล้วตกลงจากหลังช้าง เป็นเหตุให้พระกรรณบิ่น พระเกศคด ชาวเมืองจึงเชื่อว่า วัดมณีโคตรน่าจะเป็นสถานที่ประดิษฐานถาวร จึงได้อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่นี่ ตั้งแต่บัดนั้นจวบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “มีสติปัญญาเฉียบแหลม  มียศฐาบรรดาศักดิ์”


 

๗.หลวงพ่อสีบุญเฮือง (ศรีบุญเรือง)
วัดหลวงพิสัยเจติยาราม  อำเภอโพนพิสัย
คำนมัสการ
อิมัง  พุทธะรูปัง  ปูเชมิ  สิริ  อายุ  จะ  วัณโณ  จะ โภคัง  วุฑฒี  จะ  ยะสะวา
สะตะวัสสา  จะ  อายู  จะ  ชีวะสิทธิ  ภะวันตุ  เม
ประวัติ
หลวงพ่อสีบุญเฮืองเป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบปางมารวิชัยสมัยล้านช้าง ความสูงจากหน้าตักถึงปลายพระเกศ ๓๖ นิ้ว  หน้าตักกว้าง  ๒๖ นิ้ว  อัญเชิญมาจากอาณาจักรล้านช้าง  สมัยพระสุนทรธรรมธาดา เจ้าเมืองโพนพิสัย เดิมประดิษฐานอยู่วัดกลางหรือวัดศรีบุญเรือง ตำบลวัดหลวง  อำเภอโพนพิสัย  ต่อมาเมื่อปี ๒๕๐๕ ได้อัญเชิญมาประดิษฐานอยู่วัดหลวงพิสัยเจติยาราม ตำบลวัดหลวง อำเภอโพนพิสัย  และได้มีการหล่อพระแท่นขึ้นใหม่เพื่อแทนพระแท่นที่หายไป และเป็นหนึ่งสาเหตุที่เจ้าอาวาสวัดหลวงพิสัยเจติยารามได้ปิดทองครอบเนื้อทองเดิมที่เก่าแก่ไว้  หลวงพ่อสีบุญเฮือง  
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “มีคนรักคนเมตตา  อายุยืนยาว”
 

 

๘.หลวงพ่อทองแสน
วัดท่าคกเรือ  อำเภอท่าบ่อ
คำนมัสการ
อิติ  สุคะโต  อะระหัง  พุทโธ  มหาลาโภ  นะโม  พุทธายะ
อิติ  ภะคะวา  ปิยัง  มะมะ  ภะวันตุ  โน  โหตุ  สัพพะทา
ประวัติ
หลวงพ่อทองแสน  เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่กว่าพันปี  มีลักษณะงดงามแบบศิลปะล้านช้าง เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสำริด หล่อเป็นสองท่อน  องค์พระพุทธรูปน้ำหนักแสนสองหมื่นหกพัน  ส่วนแท่นหนักสองแสนทอง  หน้าตักกว้าง ๓๔ นิ้ว  สูง ๕๑ นิ้ว สร้างราวจุลศักราช ๑๕ พระยาหลวงสุคันธวงศ์ราชเจ้า  เป็นผู้สร้างและได้จารึกอักษรธรรมล้านช้างไว้ที่ฐานพระพุทธรูป ต่อมาทางวัดท่าคกเรือ ได้ขอความอนุเคราะห์ไปยังผู้อำนวยการกองโบราณคดี กรมศิลปากร กรุงเทพฯ ได้อ่านข้อความที่จารึกไว้
     ๑.จุลสังกราท  ๑๕ ตัว ปีกาไส้ เดือน ๕ แรม ๑๑ ค่ำ วัน ๖ ยามแถใกล้เที่ยง วันพระยาหลวงสุคันธวงศ์ราชเจ้า 
     ๒.ทาในวรพุทธศาสนา สร้างพระพุทธรูปเจ้า แต่องหนักแสนสองหมื่นหกพัน แท่นหนัก สองแสนทอง นิพพานปัจจโยโหตุ

อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “ประสบชัยชนะ  แคล้วคลาดปลอดภัย ”
 

 
๙.หลวงพ่อแสนห้า
วัดกุมภประดิษฐ์  อำเภอท่าบ่อ
คำนมัสการ
อิมัง  พุทธะรูปัง  ปูเชมิ  เอเตนะ  สัจจะวัชเชนะ  อิทธิง
ปัปโปตุ  เวปุลลัง  วิรุฬหิง  จุตตะริง  สะทา
ประวัติ
หลวงพ่อแสนห้า  เป็นพระพุทธรูปที่เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ ขนาดหน้าตัก ๖๑ นิ้ว สูง ๙๐ นิ้ว สร้างขึ้นในราว พ.ศ.๒๒๑๓ ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาสองพี่น้องเป็นเจ้าภาพหลัก คือ พี่ชายชื่อ แสน  น้องชายชื่อ ห้า  จึงได้นามเรียกขานว่า “หลวงพ่อแสนห้า” ในการดำเนินการสร้างนอกจากสองพี่น้องแล้วยังมีพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมากร่วมเป็นเจ้าภาพ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชน
อานิสงส์ของการสักการะกราบไหว้   “ปกปักรักษาและสมปรารถนาทุกอย่าง”
 



คะแนนโหวต :
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม
image
image
image
image
 
 
 
 

Website Policy | Privacy Policy | Security Policy | Disclaimer | ข้อกำหนดการใช้ Cookies รองรับการทำงานบน Internet Explorer v.11+, Microsoft Edge, Firefox v.47.0+, Chrome v.51+

จำนวนการเข้าชม : 10,241